Thu 6 May 2010
วิจารณ์เปรียบเทียบหนังสือ โลกและการเปลี่ยนแปลง กับวิวัฒนาการมนุษย์
Posted by Admin under โลกและการเปลี่ยนแปลงNo Comments
จากการอ่านหนังงสือทั้งสองเล่ม คือ หนังสือวิวัฒนาการและหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์เล่ม 4 ในส่วนของชื่อหนังสือ ผู้วิจารณ์ชื่อของหนังสือในเล่มแรกนั้นยังมีความไม่ชัดเจนอยู่มาก เนื่องจากคำว่า “วิวัฒนาการ” นั้น โดยส่วนมากเราทุกคนก็จะเข้าใจอยู่แล้วว่ามันคือ การที่มีสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ได้มีการพิจาราณาขึ้นอย่างค่อย ๆเป็นค่อย ๆไป แต่ในที่นี้ไม่ได้บอกไว้ว่าวิวัฒนาการอะไร จึงอาจทำให้ผู้ที่อ่านแต่เฉพาะหน้าปกไม่เข้าใจได้ แต่หากการตั้งชื่อเช่นนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นผลเสียเสมอไปเพราะอาจไปเจอกับผู้อ่านที่เป็นคนช่างสังเกต อยากรู้อยากเห็นอยู่ในตัวก็จะเกิดผลดีได้เนื่องจากอาจเป็นแรงบันดาลใจให้อยากพลิกหน้าต่อ ๆไปของหนังสือเพื่อแก้ความฉงนสงสัยอยู่ในตัวก็เป็นได้ส่วนในเล่มที่สองนั้นชื่อหนังสือนั้นถือว่าดีในระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นหนังสือที่ฟังดูครอบคลุมเนื้อหาสาระต่าง ๆ ของเรื่อง จนออกจะครอบคลุมเสียกว้างมากไป เพราะในเนื้อหาของเรื่องได้กล่าวแค่เพียงส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์ คือ เรื่องเกี่ยวกับโลกและการเปลี่ยนแปลงดังนั้นหากจะตั้งชื่อเรื่องที่มีลักษณะมีลักษณะเป็นความที่กว้าง ๆ แต่ไม่ได้มีเนื้อหาที่ครบทุก ๆ ด้าน ก็ควรที่จะบอกว่าคือ ตอนอะไร เช่น หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์เล่ม 4 ตอน โลกและการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น จะเป็นการทำให้ผู้อ่านจะมีความเข้าใจมากกว่า และลดการยุ่งยากในการค้นหา ทำความเข้าใจในหนังสือได้ดีกว่าอีกด้วย
ในส่วนประเภทของหนังสือหนังสือทั้งสองเล่มนั้นเป็นหนังสือประเภทวิชาการด้วยกันแต่จะแตกต่างกันอยู่ที่ว่า หนังสือเล่มแรกนั้นจะออกไปแนวของสารคดีเสียมากกว่า เพราะมีภาษาวิชาการที่เข้าใจได้ยาก แต่ในเล่มที่สองจะอยู่ในรูปแบบของแบบเรื่องที่มีเนื้อหาพื้น ๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งอ่านแล้วจะเข้าใจได้ทันที่ หนังสือเล่มแรกจึงไม่เหมาะกับนักเรียนอย่างเล่มที่สอง แต่เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในระดับอุดมศึกษาขึ้นไป รวมทั้งนักวิชาการ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการเจาะลึงในเรื่องนั้น ๆ
โดยจากหนังสือทั้งสองเล่ม ผู้เขียนหนังสือมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งในเล่มแรกผู้เขียนต้องการให้ความรู้ที่เจาะเฉพาะในเรื่องอย่างละเอียดลึกซึ้ง โดยมุ่งตลาดไปที่ผู้สนใจในเรื่องของวิวัฒนาการมนุษย์อย่างแท้จริงเพราะฉะนั้นผู้เขียนจึงต้องพยายามหาแหล่งต่าง ๆ เพื่อให้ดึงดูดใจผู้อ่าน เช่น การลงภาพสีต่าง ๆ เพื่อให้ได้กลุ่มที่สนใจที่มากขึ้น ส่วนในเล่มที่สองผู้เขียนได้มุ่งไปสู่นักเรียนเนื่องจากเป็นหนังสือแบบเรียนภาคบังคับอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างสิ่งดึงดูดใจในด้านต่าง ๆ ดังนั้นในเล่มนี้จึงดำเนินไปในแบบที่เรียบง่ายได้ ซึ่งนับเป็นข้อที่ได้เปรียบของหนังสือเล่มที่สอง
หนังสือสองเล่มนี้มีการนำเรื่องที่ค่อนข้างแตกต่างกันคือ ในเล่มแรกจะนำเรื่องโดยการชี้เฉพาะจุดของสิ่งสำคัญ เช่น การกล่าวถึงมนุษย์โฮโมอิเล็คตัส เป็นต้น และยังขยายความถึงจุด ๆ นั้นให้ลึกลงไปอีก เพื่อให้ผู้อ่านได้มีความรู้ในเนื้อเรื่องอย่างละเอียด หนังสือเรื่องนี้จึงเหมาะกับการทำรายงานวิชาการอย่างยิ่ง แต่ในส่วนของเล่มที่สองนั้นได้มีการนำเรื่องในแบบบอกถึงเนื้อหาในส่วนที่กว้าง ๆ แล้วค่อยนำไปสู่เนื้อหาที่แคบเข้า แล้วจึงบอกถึงจุดสำคัญของเรื่องก็เนื่องมาจากหนังสือเล่มนี้เป็นแบบหนังสือแบบเรียนที่ต้องพยายามกล่าวถึงลักษณะโดยรวมเพื่อเป็นการเกริ่นนำให้กลุ่มเป้าหมายซึ่งก็คือนักเรียนได้มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ โดยทั่วไปก่อน เพราะจะเป็นการทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าการนำแบบเล่มแรก
ในส่วนเนื้อเรื่องของทั้งสองเล่มเป็นไปในลักษณะที่เป็นการวิวัฒนาการเหมือนกันแต่แตกต่างกันที่ว่าวิวัฒนาการสิ่งใด คือเล่มแรกเป็นวิวัฒนาการเกี่ยวกับมนุษย์ส่วนในเล่มที่สองเป็นการวิวัฒนาการเกี่ยวกับโลก โดยเนื้อหาของเล่มแรกจะกล่าวถึงอย่างละเอียด เช่น โฮโมแฮบิลิส เป็นมนุษย์แท้จริงพวกแรก เมื่อ 1.5 ล้านปีมาแล้ว เป็นต้น ซึ่งบอกถึงชื่อชนิดของโฮโมและเวลาอย่างชัดเจน แต่ในส่วนของเล่มทีสองมักมีเนื้อหาที่ไม่ค่อยละเอียดและเจาะจงมากนัก เช่น ส่วนธรรมชาตินั้นทำให้เปลือกโลกเปลี่ยนแปลงโดยการเคลื่อนที่ของหินหนืดในชั้นแมนเทิล เป็นต้น โดยมิได้บอกหรือขยายความคำว่าชั้นแมนเทิล เพราะผู้เขียนไม่ได้ต้องการที่จะให้ผู้อ่านรู้อย่างเจาะลึกแต่ผู้เขียนต้องการแค่เพียงให้ผู้อ่านรู้อย่างเข้าใจพอประมาณ เนื่องจากหนังสือแบบเรียนของชั้นมัธยมต้นซึ่งก็ถือว่าเนื้อหาพอเหมาะแล้วกับวัยวุฒิของผู้อ่าน
โดยหนังสือทั้งสองเล่มนี้ก็ได้มีข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาช่วยประกอบให้ผู้อ่านมีความเข้าใจได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างเช่นในหนังสือเล่มแรกส่วนใหญ่ก็จะเน้นของเรื่องของรูปภาพที่มาประกอบโดยมีรูปของการวิวัฒนาการของมนุษย์วานรจนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งทำให้ผู้อ่านสามารถคิดตามไปได้และจดจำลักษณะเด่นต่าง ๆ ของมนุษย์ในแต่ละขั้นได้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของหนังสือเล่มที่สองมีข้อมูลเช่นกัน แต่ข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นไปในลักษณะของสถิติตัวเลข เช่น ถ้าต้องการดินที่มีค่า pH 5.5-6.0 ซึ่งยังไม่ค่อยมีรูปภาพมาประกอบมากนัก หากมีก็มักจะเป็นรูปขาวดำ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากเล่มแรกที่มีรูปภาพประกอบมากและเป็นรูปสีจึงทำให้ดึงดูดใจได้มากว่า แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในหนังสือทั้งสองเล่มนี้ก็คือ มีข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงแบบวิชาการเหมือนกัน
การใช้ภาษาในเล่มแรกได้ใช้ภาษากึ่งแบบแผน ที่มีความแจ่มแจ้ง ชัดเจนโดยได้อธิบายรายละเอียดของคำศัพท์วิชาการได้อย่างดี เช่น ออสตราโลพิธีคัส ,โฮโมอิเล็กตัส ,นีแอนเดอร์ธัล ฯลฯ จนเป็นที่เข้าใจของผู้อ่าน ทั้งยังมีการแบ่งวรรคตอน ทำให้อ่านได้สบายตาและเข้าใจได้มากขึ้น ส่วนในเล่มที่สองกึ่งแบบแผนเช่นเดียวกัน แต่ยังคงมีความกำกวมอยู่บ้างในคำศัพท์วิชาการ เนื่องจากบางครั้งก็ได้กล่าวถึงคำศัพท์วิชาการขึ้นมาอย่างลอยๆ โดยมิได้ขยายความหรือบอกความหมายของคำศัพท์ จนบางครั้งทำให้ผู้อ่านไม่สามารถใช้หลักความเข้าใจได้ จึงต้องใช้หลักในการจำแทน ซึ่งนับเป็นข้อเสียเนื่องจาก ความเข้าใจนั้นจะสามารถทำให้เราจำติดตัวได้มากกว่าการจำ แต่ในเล่มที่สองนี้ ก็ได้มีการแบ่งวรรคตอนได้ดีไม่น้อยไปกว่าเล่มแรก
ในการจบของเนื้อเรื่องเล่มแรก จบได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังคงประกอบด้วยคำศัพท์ทางวิชาการมาตลอดจึงถือว่าสอดคล้องกับคำนำ เนื้อเรื่อง อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ส่วนเล่มที่สองจะจบภายในขอบเขตของหัวเรื่องที่มี นั่นก็คือ โลกและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็ถือว่าจบเนื้อหาได้ครบถ้วนตามหัวเรื่องที่กำหนด เช่น การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกมีอะไรบ้าง หินแบ่งออกเป็นกี่ชนิด เป็นต้น
จากการอ่านทั้งสองเล่มผู้วิจารณ์เห็นว่า เล่มแรกมีเนื้อหาที่เด่นชัดมากกว่าเล่มที่สอง แต่ในการอ่านทำความเข้าใจนั้น เล่มที่สองอ่านแล้วจะรู้สึกเข้าใจได้ง่ายกว่า เนื่องจากใช้ภาษาที่ไม่วิชาการมากนัก แต่เล่มแรกนั้นมักจะมีศัพท์วิชาการอยู่มาก จึงต้องใช้เวลาในการอ่านและทำความเข้าใจมากกว่า โดยผู้วิจารณ์คิดว่าหนังสือทั้งสองเล่มนั้นมีส่วนดีทั้งคู่ จึงเลือกหนังสือทั้งสองเล่มนี้มาวิจารณ์ แต่ผู้วิจารณ์ได้เลือกเรื่องที่มีเนื้อหาเป็นวิวัฒนาการเหมือนกัน แต่เป็นวิวัฒนาการคนละด้าน ก็เนื่องมาจากต้องการความแปลกใหม่ และได้เนื่อหาการเทียบที่กว้างขึ้น เพราะคิดว่าหากนำเนื้อหาที่เป็นไปในทางเดียวกันเสียทั้งหมดมาวิจารณ์ ก็คงจะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างซ้ำซากจำเจ และเล็งเห็นถึงความแตกต่างได้ยาก อีกทั้งหนังสือที่นำมาใช้ในการวิจารณ์นั้นเล่มแรกเป็นหนังสือประเภทวิชาการเจาะลึก ส่วนในเล่มที่สอง เป็นหนังสือของชั้นมัธยมต้น จึงถือว่ามีความแตกต่างกันอยู่มากพอสมควร แต่ก็ยังไปในทิศทางของวิวัฒนาการเช่นเดียวกัน โดยหนังสือทั้งคู่มีเนื้อหาที่ดีทั้งหมด แต่เราจะต้องรู้จักนำเสนอให้ถูกกับคุณวุฒิ วัยวุฒิ ของผู้อ่าน จึงเรียกได้ว่าเป็นการใช้หนังสือได้อย่างถูกต้องตามจุดประสงค์ของผู้เขียน
ในด้านรูปแบบของปกนั้นหนังสือเล่มแรกใช้ปกแข็ง หน้าปกเป็นสีน้ำเงินเข้ม มีตัวหนังสือเขียนส่วนบนว่า วิวัฒนาการและมีรูปหน้าลิงสามตัว ซึ่งแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ การใช้ปกแข็งนั้นทำให้หนังสือไม่ชำรุดง่าย สามารถกันน้ำได้ และดูเป็นหนังสือทางวิชาการมากขึ้น ส่วนรูปหน้าลิงสามตัวนั้น ก็ตรงตามเนื้อหาดี เพราะแยกกันตามสายพันธุ์วิวัฒนาการ ส่วนหนังสือเล่มที่สอง ใช้ปกอ่อน หน้าปกเป็นสีเหลือง มีรูปโลกเมื่อ 180 ล้านปีมาแล้ว จนถึงปัจจุบัน และ เหตุการณ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ เช่นภูเขาไฟระเบิด หรือ น้ำพุร้อน การใช้ปกอ่อนนั้นทำให้หนังสือดูบางและทำให้ไม่ดูเป็นวิชาการมากเกินไป ส่วนหน้าปกสีเหลืองนั้นทำให้ดูเด่น สดใส การที่มีรูปอยู่บนปกหนังสือทำให้เรารู้ว่าจะได้ความรู้เกี่ยวกับอะไรและมีความอยากที่จะอ่านมากขึ้น