เด็กถูกทอดทิ้ง (Abandon Child)


ปัญหาสุดท้ายที่เราควรตระหนักอย่างจริงจังคือ สถิติเด็กและเยาวชนทำผิดสูงขึ้น จากรายงานคดีเกี่ยวกับเด็กที่ถูกจับเข้าสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ( 2544) พบว่า ความผิดฐานลักทรัพย์ ( ในความผิดเกียวกับทรัพย์ ) ทำร้ายร่างกาย ( ในความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ) ข่มขืนกระทำชำเรา ( ในความผิดเกี่ยวกับเพศ ) ซ่องโจร อั้งยี่ ( ในความผิดเกี่ยวกับความสงบสุข ) และยาเสพติด ( ความผิดอื่น ) เป็นฐานความผิดที่มีสถิติสูงสุด จากที่เด็กเคยตกเป็นเหยื่ออันเนื่องมาจากปัญหาการทอดทิ้งเด็ก วันนี้เหยื่อเหล่านั้นกำลังเติบโตขึ้นภายใต้ปัญหาต่างๆ มากมายที่สะสมไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไข หากวันหนึ่งเหยื่อกลายเป็นฆาตกรสังคมจะยังให้อภัยในฐานะที่เขายังเป็นเด็กอยู่หรือเปล่า หรือมองว่าเขาเป็นตัวสร้างปัญหา ทั้งๆ ที่ความผิดมาจากเราทุกคนในสังคมทั้งครอบครัว ชุมชน องค์กรต่างๆ ที่หันหลังให้เขาตลอดมาและจะตลอดไป ?

เด็กที่หายไปจากระบบการศึกษาเหล่านี้ได้หันหน้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในครอบครัว นำมาซึ่งปัญหาการใช้แรงงานเด็กอย่างไม่เป็นธรรมและผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ถูกละเมิดสิทธิและทำทารุณกรรม อีกทั้งเกิดกระบวนการล่อลวงและค้าเด็กเพื่อค้าประเวณีที่มีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น หรือเด็กขายบริการทางเพศด้วยความสมัครใจมีอายุน้อยลง คือ 13-15 ปีมากขึ้น ( ศูนย์การศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ) ทำให้เกิดปัญหาการไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ยาเสพติด การติดเชื้อเอดส์ และพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม มีครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งยังไม่มีความพร้อมด้านวุฒิภาวะทางอารมณ์ และ ความสามารถในการเลี้ยงดูลูก การทำแท้ง การทอดทิ้งเด็ก อีกทั้งการใช้ความรุนแรงในครอบครัวตามมา กลายเป็นวงจรของปัญหาที่ไม่สิ้นสุด

ปัญหาที่สำคัญอีกประการคือ การขาดโอกาสทางการศึกษา แม้ว่าทางรัฐจะกำหนดนโยบายให้เด็กสามารถเรียนฟรีได้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ ( 2544 ) พบว่ามีเด็กและเยาวชนอายุ 13-24 ปี จำนวนถึง 3.8 ล้านคนไม่มีโอกาสได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นหลังจากจบการศึกษาภาคบังคับ และยังมีเด็กกลุ่มอายุวัยเรียนขั้นพื้นฐาน ( 3-17 ปี ) ที่ไม่ได้เข้าเรียนมีสูงประมาณ 3.7 ล้านคน ประเด็นที่ยังเป็นปัญหาก็คือยังมีเด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคันอีกร้อยละ7 ซี่งสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ( 2544 ) พบว่าสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการขาดแคลนทุนทรัพย์สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน เนื่องจากส่วนใหญ่พ่อแม่ของเด็กที่อพยพไปทำงานตามจังหวัดต่างๆ จะส่งเงินมาให้เด็กใช้จ่ายเพียงแค่ช่วงแรก ซึ่งระยะต่อมาภาระในการหาเลี้ยงครอบครัวจะตกอยู่กับตายายทั้งหมด ด้วยวัยและสภาพร่างกายที่เหลืออยู่น้อยเต็มที

ทำไมเด็กเหล่านี้ถูกเรียกว่าเด็กด้อยโอกาส เหตุผลสำคัญคือความยากจนที่ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐและสิทธิที่ควรจะได้รับ โดยเริ่มตั้งแต่คลอด เมื่อพ่อแม่ของเด็กพาเด็กมาให้ตายายเลี้ยงดูที่ต่างจังหวัด ปัญหาที่เราพบเสมอคือเด็กไม่มีหลักฐานการเกิด เนื่องจากแม่เด็กไม่ได้ทิ้งเอกสารไว้ให้หรือบางคนไม่ได้แจ้งเกิดให้กับลูก ทำให้เด็กหลายคนไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาล หรือการศึกษา ปัญหาต่อมาจะเกิดขึ้นกับเด็กในช่วงวัยก่อนเรียน เด็กจำนวนมากยังอยู่ในภาวะทุพโภชนาการ เนื่องจากตายายขาดความรู้ในการเลี้ยงดูเด็กและความยากจนทำให้ไม่มีเงินที่จะซื้อนมให้เด็ก บางครั้งต้องกินน้ำข้าวแทนนม เด็กจึงขาดสารอาหาร ทำให้เด็กหลายคนมีพัฒนาการล่าช้ากว่าวัย เป็นโรคแทรกซ้อนต่างๆ รวมทั้งมีผลต่อระดับสติปัญญาและพิการได้ โดยข้อมูลจากมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ พบว่าเด็กแรกเกิดที่มีน้ำหนักกว่าเกณท์ 2500 กรัม มีจำนวนถึงร้อยละ 8.5 ( เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 7 ) ซึ่งสาเหตุมาจากการดูแลแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ ส่งผลให้ระดับไอคิวโดยเฉลี่ยของเด็กวัยเรียนทั่วประเทศค่อนข้างต่ำ และยังพบข้อมูลที่น่าวิตกอย่างยิ่งคือ พบเด็กที่มีไอคิวต่ำกว่าปกติ ( 90-109 ) จำนวนถึงร้อยละ 44.1 โดยมีปัจจัยด้านโภชนาการ การเลี้ยงดู และฐานทางเศรษฐกิจของครอบครัวเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลให้เกิดความแตกต่างของระดับไอคิว

คนส่วนใหญ่มักจะคิดเพียงแค่ การที่แม่คลอดเด็กแล้วทิ้งตามสถานที่ต่างๆ แต่ ณ วันนี้ปัญหาการทอดทิ้งเด็กมีความรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพียงแค่นำเด็กไปฝากไว้ให้ตายายเลี้ยงดูในต่างจังหวัด เนื่องมาจากปัญหาหน้าที่การงานหรือความจำเป็นอื่นๆ ก็ตาม ก็ถือว่าปัญหาการทอดทิ้งเด็กได้เริ่มขึ้นแล้ว จากการทำงานของโครงการแด่น้องผู้หิวโหย ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและบุรีรัมย์ พบว่ามีเด็กถูกทอดทิ้งเกือบ 3 หมื่นคน ( จากการสำรวจข้อมูลเชิงครัวเรือนในจังหวัดบุรีรัมย์ และศูนย์สงเคราะห์การฝึกอาชีพเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ 2544 ) โดยเป็นกรณีถูกพ่อและแม่ทอดทิ้งให้อยู่กับตายายหรือญาติ พ่อหรือแม่ทอดทิ้ง รวมทั้งถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง สำหรับข้อมูลระดับประเทศ พบว่ามีประมาณล้านกว่าคน ( ข้อมูลสวัสดิการสังคมระดับครัวเรือนทั่วประเทศ 2542 ) เด็กที่ถูกทอดทิ้งดังกล่าวเป็นเด็กในสภาวะยากลำบาก < Child in Especially Difficult Circumstances > หรือเรียกว่า “เด็กด้อยโอกาส”

เมื่อ…หวนนึกถึงวัยเด็กของตัวเรา 
หลายๆ ท่าน อดไม่ได้ที่จะระลึกถึงความสนุกสนาน
ที่เคยได้รับโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรัก ความเมตตา
ปราณีของพ่อแม่ที่ให้เรา  หากขาดท่านเสียแล้วก็เปรียบ
เสมือนขาดร่มโพธิ์ร่มไทรปกป้องผองภัยให้เรา
ความซาบซึ้งถึงความเป็นพ่อเป็นแม่ นี่แหละที่เป็น
แรงบันดาลใจให้เกิดผลงานอุทิศแด่พระคุณของพ่อแม่
อย่างมหาศาล

แต่…เด็กจำนวนไม่น้อยในสังคมของเรา นอกจาก
จะไม่ได้รับเพียงเศษเสี้ยวของความสุขความหอมหวาน
ในชีวิตครอบครัวแล้ว เขากลับได้รับสิ่งตรงข้าม
อย่างสิ้นเชิงตรงกันข้ามขนาดที่ว่าบางคนแค่คิด
ก็ยังไม่กล้าคิดถึงความไร้ความกรุณาปราณี 
ของมนุษย์ผู้เป็นพ่อแม่ ผู้ปกครองจะมีต่อลูกหลาน
ตาดำๆ ได้

” TO BESTOW ON CHILDREN GIFTS WELL-CHOSEN AND WELL-SCREENED BOOKS AND NOURISHMENT UNDERSTANDING AND IMAGINATION LOVE, HOPE AND CONFIDENCE IS TO NURTURE CREATIVE AND HUMAN QUALITIES “