Thu 6 May 2010
วิเคราะห์การปฏิบัติงานของหน่วยงานและการเสนอแนวคิด
Posted by Admin under วิเคราห์การปฎิบัติงานของหน่วยงานNo Comments
วิเคราะห์หลักการ วิธีการ และเทคนิคในการปฏิบัติงานของหน่วยงาน รวมทั้งเสนอ ข้อคิดเห็นในการปรับปรุงวิธีการให้บริการ
1. โครงสร้างขององค์กร
ในส่วนของการบริหาร จะมีประธานสองระดับ
1. คุณสีสว่าง พ่วงวงศ์แพร่ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิตั้งแต่ปี 2525
2. อาจารย์โคทม อารียา ประธานคณะกรรมการประธาน
ส่วนหน้าที่ของคณะกรรมการคือการให้คำแนะนำติดตามให้คำปรึกษาช่วยเหลือและร่วมหาแนวทางในการดำเนินงาน
การทำงานของมูลนิธิมีการบริหารงานที่คานอำนาจกันระหว่างผู้อำนวยการและผู้จัดการ ซึ่งผู้อำนวยการจะดูแลโครงการทั้ง 4 โครงการใหญ่ ส่วนผู้จัดการจะดูแล 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายสำนักงาน ฝ่ายการเงิน และฝ่ายรณรงค์เผยแพร่ และทางมูลนิธิจะได้รับการติดตามผลการดำเนินงานจากคณะกรรมการเช่นกัน
ส่วนกระบวนการตัดสินใจทางโครงการแรงงานเด็กจะใช้การประชุมทีม(โครงการแรงงานเด็ก)เป็นการใช้หลักประชาธิปไตยในการบริหารโครงการ เพื่อก่อให้เกิดความเสมอภาคในโครงการ
2. บริการที่มีให้กับเด็ก
ในส่วนของโครงการแรงงานในด้านการบริการ ส่วนแรกจะเป็นด้านการให้ความช่วยเหลือ แรงงานเด็กที่ประสบปัญหาจากการทำงาน ส่วนที่สองจะเป็นด้านการพัฒนาแรงงานเด็ก ส่งเสริมทักษะของเด็ก ไม่ว่าจะเป็น ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต หรือการอบรมในเรื่องของการรู้จักการแก้ไขปัญหาต่างๆ ส่วนที่สามคือการเผยแพร่ปัญหาแรงงานเด็กต่างๆ กับกลุ่มแรงงานเด็กเอง ประชาชน และสื่อมวลชน ให้เข้าใจถึงสถานการณ์ปัญหาแรงงานเด็ก เพื่อให้ทราบว่าปัญหามีอะไรบ้าง และพวกเขาสามารถช่วยกันแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้าง
โครงการแรงงานเด็กนั้นมีการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก เนื่องจากได้มีการวิจัยศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับสถานการณ์แรงงานเด็กที่ทำงานด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ความต้องการของเด็กในขณะนี้ เช่น ต้องการในเรื่องของการอบรม หรือในเรื่องของการช่วยเหลือ เพื่อให้เด็กใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้
รวมทั้งโครงการแรงงานเด็กยังได้มีการทำงานกับกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน การทำงานกับกลุ่มเสี่ยง จะเป็นในรูปแบบของการเผยแพร่ข้อมูล จัดอบรม เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงรู้เท่าทันกับปัญหา ให้รู้จักวิธีการป้องกันตัวเองก่อนที่จะเข้าสู่ระบบตลาดแรงงาน
ทางโครงการแรงงานเด็กทำงานโดยใช้หลักการไม่เลือกปฏิบัติ จะให้ความช่วยเหลือและให้บริการกับทุกคน ผู้ใช้บริการจะไม่ถูกปฏิเสธ ทางโครงการจะรับCaseไว้ทุกCase เช่นในกรณีเด็กถูกละเมิดทางเพศ ทางโครงการจะดำเนินการประสานงานส่งต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้โดยตรง เช่น ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เป็นต้น
ในกรณีการหลุดไปของCaseหรือในกรณีที่จะต้องปิดCaseก่อนที่กระบวนการช่วยเหลือจะสิ้นสุดลง เมื่อทางโครงการแรงงานเด็กได้รับแจ้งในระหว่างขั้นตอนนี้ถ้าได้รับข้อมูลพื้นฐานไม่เพียงพอ หรือว่าข้อที่ได้มาไม่เป็นความจริง หรือว่าหาข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้ อย่างเช่น เมื่อได้รับแจ้งสถานที่และลงพื้นที่ก็ไม่พบปัญหาหรือไม่พบเด็กจึงไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ หรือมีการแจ้งข้อมูลเท็จ ก็มีการลงสืบค้นข้อมูลที่ได้รับแจ้งมาว่าจริงหรือไม่หรือในกรณีนี้ที่เด็กปฏิเสธว่าไม่ได้ประสบปัญหาดังกล่าว
3. ปัญหาหลักของโครงการแรงงานเด็กในการดำเนินงาน
ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจากเด็ก เนื่องจากองค์กรมีเป้าหมายหลักในการทำงานร่วมกับเด็ก ปัญหาเด็กด้อยโอกาสต่างๆ ล้วนแล้วแต่มาจากสภาพแวดล้อม สังคมที่อยู่รอบๆตัวเด็ก ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เช่นสื่อที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาเด็กเลียนแบบพฤติกรรม เพราะฉะนั้น การทำงานของโครงการแรงงานเด็กก็พัฒนาขึ้นไปด้วย ซึ่งยากแก่การแก้ไข
ปัญหาในการประสานงานกับหน่วยงาน โดยเฉพาะเรื่องแรงงานเด็ก มีปัญหาทางด้านทัศนคติ โดยเฉพาะแรงงานเด็กต่างชาติ จะถูกมองว่าการทำงานของโครงการแรงงานเด็กไปเอื้อประโยชน์ต่อแรงงานต่างชาติไม่ใช่เด็กไทย เช่น เมื่อหลายปีที่แล้วแรงงานต่างชาติจะไม่ได้รับการช่วยเหลือเลย แต่ตอนนี้เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น คือยอมทำความเข้าใจว่าเด็กไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ถือว่าเป็นเด็กเหมือนกัน
4. แหล่งเงินทุน
แหล่งเงินทุนของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กส่วนใหญ่ได้มาจากผู้บริจาคภายในประเทศ เนื่องจากองค์กรก่อตั้งมาตั้งแต่พ.ศ.2525 จึงมีผู้บริจาครายย่อย บริจาคเข้ามาอย่างต่อเนื่อง คิดเป็น 70% ของเงินที่ได้รับ ทั้งในเรื่องการให้ทุนการศึกษา สนับสนุนโครงการต่างๆ และแต่ละโครงการจะเขียนขอทุนเพื่อทำกิจกรรมของโครงการ ในส่วนของโครงการแรงงานเด็กก็จะมีการขอทุน จาก ILO/IPEC แตร์เดซอม Save The Children UK UNICEF สสส.(สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ซึ่งตอนนี้เหลืออยู่ สองแหล่ง นั่นคือ ILO/IPEC และแตร์เดซอม ILO/IPECจะสนันสนุนการทำงานในเรื่องของแรงงานเด็กทำงานบ้าน ส่วน แตร์เดซอม จะสนับสนุนการทำงานในเรื่องของการช่วยเหลือCase งานพัฒนาแรงงานเด็ก และงานเผยแพร่ข้อมูลแรงงานเด็ก ทางโครงการจะใช้เงินตามโปรแกรมที่เขียนเสนอทุนซึ่งทางโครงการแรงงานเด็กสามารถขอทุนจาก ILO/IPEC และแตร์เดซอม ได้ในการเขียนโครงการ และการขอทุนนั้นครอบคลุมรายจ่ายทั้งหมดของโครงการแรงงานเด็ก ซึ่งต่างจาก 3 โครงการที่เหลือที่ยังต้องเบิกค่าใช้จ่ายจากทางมพด.อยู่ ทำให้ลดภาระของมพด. และมพด.สามารถจัดสรรเงินจำนวนนี้ไปใช้ในการพัฒนาและการช่วยเหลือด้านอื่นๆได้เพิ่มมากขึ้น
5. เครือข่ายของโครงการ
เครือข่ายหลักที่เป็นทางการ
1. มีเครือข่ายคณะอนุกรรมการด้านเด็ก
2. อนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก ซึ่งมพด.ได้เข้าไปเป็นอนุกรรมการด้วย เป็นการทำงานเกี่ยวกับการค้าหญิงและเด็ก ซึ่งเกี่ยวพันกับโครงการแรงงานเด็ก แรงงานเด็กต่างชาติส่วนใหญ่มาจากขบวนการค้ามนุษย์แล้วเข้ามาทำงานในประเทศไทย
3. เครือข่ายภาคีแตร์เดซอมจะเป็นองค์ที่ทำงาน เกี่ยวกับด้านแรงงานเด็ก
4. เครือข่ายสามพราน เป็นกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านต่อต้านการค้ามนุษย์
5. เครือข่ายบคุ้มครองแรงงาน เครือข่ายนี้เราทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานในการสร้างเครอข่ายคุ้มครองแรงงานซึ่งก็มีทั้งภาครัฐ NGO สื่อต่างๆ
6. อื่นๆ เช่น กลุ่มแรงงานต่างๆที่รวมตัวกัน โดยทางองค์การแรงงานเด็กจะมีหน้างที่ให้ข้อมูลข่าวสาร
เครือข่ายทั้งหมดนี้จะมาประชุม แลกเปลี่ยนกัน และติดตามนโยบายต่างๆที่ทำงานเรื่องค้ามนุษย์ ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร มีข้อเสนออะไรบ้างว่าองค์กรต่างๆกำลังทำอะไรอยู่มีกิจกรรมที่จะเชื่อมกันได้บ้างในแต่ละองค์กร
เครือข่ายที่ไม่เป็นทางการ
1. องค์กรภาครัฐ ที่ทางโครงการแรงงานเด็กประสานงานด้วย มีการจัดอบรม คือมีการประสานงานกันแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้ตั้งเป็นกลุ่ม
2. เครือข่ายILO/IPEC ลักษณะเป็นเครือข่ายภาคีที่ป้องกันกลุ่มเสี่ยงในประเทศต้นทาง ทำให้เรารู้เท่าทันว่าตอนนี้กลุ่มเสี่ยงอพยพเข้ามาในประเทศไทยมากน้อยเพียงใด