Thu 6 May 2010
เป็นหนังสือที่ดีเพราะมีภาพประกอบทำให้เราทำความเข้าใจง่ายโดยเฉพาะตรงส่วนที่อธิบายวิวัฒนาการกระโหลกศรีษะมนุษย์เพราะจะมีภาพกระโหลกศรีษะมนุษย์ทุกยุคที่กล่าวถึงแสดงอยู่และจะมีการชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของกระโหลกศรีษะมนุษย์ในยุคต่าง ๆ อย่างชัดเจน นอกจากนี้ในส่วนที่มีการวิวัฒนาการจากมนุษย์ยุคหนึ่งไปอีกยุคหนึ่งยังมีการทำแผนผังวงศ์วานของมนุษย์โดยมีการอธิบายอย่างชัดเจนและทำกันไปเป็นขั้นเป็นตอนด้วยจึงทำให้ผู้อ่านทำความเข้าใจได้ง่ายและไม่ยุ่งยากซับซ้อนภาษาที่ใช้ เป็นภาษาวิชาการและมีศัพท์วิชาการแทรกอยู่เป็นระยะ ๆ เช่น ปอนด์ ,ฟุต ,โฮโมแฮบิลิส และโฮโมเซเปียนส์ ซึ่งทำให้เราสามารถไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ได้โดยง่าย เพราะคำว่า โฮโมเซเปียนส์ โฮมินิต เป็นศัพท์วิชาการที่ใช้กันโดยทั่วไปเราจึงสามารถไปหาข้อมูลจากแหล่งอื่นได้ง่าย เช่น อินเทอร์เนต หรือ ห้องสมุด
มีการแบ่งย่อหน้าและเว้นวรรค ทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายแต่ในการพูดถึงรายละเอียดต่าง ๆ ค่อนข้างจะสับสนเพราะมีการอธิบายวกไปวนมาและการเรียงลำดับไม่ค่อยดี
โดยสรุปหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ให้ความรู้ดีมาก และน่าสนใจเพราะมีภาพสีประกอบด้วยแต่ข้อมูลยังมีไม่ครบเห็นได้จากการที่อธิบายวิวัฒนาการกระโหลกศรีษะมนุษย์ที่มีแต่ลิงไม่มีหาง ออสตราโลพิธีคัส โฮโมอีเรคติส นีแอนเดอร์ธัล และ โคร แมกนอน ยังไม่มีการกล่าวถึงวิวัฒนาการกระโหลกศรีษะ มนุษย์โฮโมแฮบิลิส
โฮโมเซเปียนส์ และอีกหลายสายพันธุ์ที่กล่าวถึงในเล่มนี้ซึ่งมีแต่การบรรยายถึงลักษณะเป็นเช่นใดและไม่มีการกล่าวถึงว่าพบโครงกระดูกศรีษะมนุษย์ต่าง ๆ ที่ไหน และปัจจุบันสถานที่นั้นอยู่ในประเทศใด และน่าจะมีภาพเวณที่พบโครงกระดูกประกอบด้วย เพื่อที่จะทำความเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
ผู้เขียน รูธ มัวร์ เป็นผู้เขียนที่เขียนหนังสือมาแล้วหลายเล่มและเป็นที่รู้จักในวงการหนังสือจึงทำให้ข้อมูลที่นำมาเขียนในหนังสือดูน่าเชื่อถือมากขึ้น และนอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังได้รับการยกย่อง จาก สมาคมการศึกษาแห่งประเทศไทย ว่าเป็นหนังสือที่มีคุณค่าควรอ่าน จึงทำให้เราเชื่อถือข้อมูลต่างๆที่มีในหนังสือเล่มนี้ได้ เพราะการที่สมาคมจะยกย่องว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือน่าอ่าน ก่อนที่จะได้รับการยกย่องก็ต้องมีการตรวจสอบ และพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์วิจารณ์ หนังสือเล่มนี้มาแล้ว ในเนื้อหาของหนังสือมีการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียนปะปนแทรกอยู่กับข้อเท็จจริง ทำให้เราทราบว่าผู้เขียนมีความคิดเห็นอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องข้อมูลที่เขาได้นำมาเขียนในหนังสือยกตัวอย่างเช่น ประโยคที่กล่าวว่า “ในช่วงวิวัฒนาการที่ยืดขยายออกไปประมาณ 15 ล้านปี ซากดึกดำบรรพ์ของโฮมินิตจำนวนมากมายจากทวีปแอฟริกา ทวีปเอเชีย และ ทวีปยุโรป ที่รวมกันแล้วมีจำนวนเป็นพัน ยิ่งปริมาณมากขึ้น ก็ยิ่งก่อให้เกิดการตีความได้มากมายไม่มีที่สิ้นสุดและผู้เขียนก็ได้แสดงความคิดเห็นของเขาประกอบในตอนท้ายว่าทั้งนี้เป็นเพราะเขายังขาดซากดึกดำบรรพ์ชิ้นสำคัญ ที่จะทำให้เราตีความหมายได้เพียงอย่างเดียวและถูกต้องโดยไม่อาจโต้แย้งได้ ซากดึกดำบรรพ์ที่มีมากมายมหาศาลนั้นมีเพียงฟันและกระดูกขากรรไกร ลำพังเพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะใช้เป็นหลักฐานที่ทำให้ลงความเห็นได้อย่างแน่นอน และนอกจากการที่เขาได้แสดงข้อคิดเห็นของเขาแทรกปะปนกับข้อเท็จจริงเป็นระยะๆแล้วเขายังได้มีการเปรียบเทียบและใช้สำนวนอีกด้วย เช่น ประโยคที่ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ในทำนองที่ฝุ่นละอองแห่งสติปัญญา ตกลงนอนก้นอย่างสงบ ซึ่งในการใช้สำนวนในการเขียนหนังสือก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ ทำผู้อ่านเห็นภาพพจน์ของเหตุการณ์อย่างชัดเจน และข้อเสียก็คือ บางครั้งผู้อ่านก็ไม่เข้าใจความหมายของสำนวน ที่ว่า ฝุ่นละอองแห่งสติปัญญาตกลงนอนก้นอย่างสงบเหมือนกัน ทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสน มีความคิดเห็นว่านั่นอาจเป็นเพราะว่าหนังสือเล่มนี้แปลมาจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย สำนวนในภาษาอังกฤษอาจจะมีความหมายที่แตกต่างจากความหมายของสำนวนในภาษาไทยก็ได้ จึงทำให้ผู้วิจารณ์เกิดความสับสน
หนังสือเล่มนี้ได้ให้ความรู้หลายอย่างเช่น ทำให้เรารู้ว่ามนุษย์ในอดีตมีการดำรงชีวิตอย่างไร และนักวิทยาศาสตร์ต้องใช้ความอดทนมากเพียงใดกว่าที่จะนำเสนอให้เราได้รับรู้ถึงทฤษฎีวิวัฒนาการของมนุษย์ที่เราได้ทราบและรับรู้ในปัจจุบัน และการนำเสนอทฤษฎีต่างๆของนักวิทยาศาสตร์ มีปัญหามากมายเพียงใดไม่ว่าจะเป็นการไม่ได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วไป และ นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังแสดงให้เห็นถึง การอยู่ร่วมกันของมนุษย์เราว่าต้องมีการพึ่งพาอาศัยกันมาตั้งแต่อดีตแล้ว และมนุษย์เราจะอยู่เพียงลำพังไม่ได้ทำให้เราได้ข้อคิดด้วยว่า เราควรจะรู้จักช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน และรู้จักมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์และนอกจากนี้เรายังได้เห็นถึงวิวัฒนาการทางด้านต่างๆของมนุษย์ การรู้จักการวาดภาพ และ ภาพสามมิติ และความเจริญทางศิลปะวัฒนธรรมต่างๆของมนุษย์ ในอดีตกาลอีกด้วย