Thu 6 May 2010
ชื่อหนังสือ : ผู้ดีน้ำครำ
ผู้แต่ง : รงค์ วงษ์สวรรค์
พิมพ์ครั้งที่ : 3 เดือนตุลาคม 2546
สำนักพิมพ์ : อัมรินทร์ , กรุงเทพฯ : 958 หน้า
เนื้อเรื่องย่อ :
“ผู้ดีน้ำครำ” คือหนึ่งในนวนิยายเพียงไม่กี่เรื่องที่สะท้อนภาพสังคมและการเมืองไทยได้ดีที่สุด และได้การยอมรับว่าเป็นมาสเตอร์พีซอีกชิ้นหนึ่งของ รงค์ วงษ์สวรรค์
“ผู้ดีน้ำครำ” ดำเนินเรื่องโดย บัลดล สีสุบิน หรือ ดำ เป็นบุตรชายคนเดียวของรัฐมนตรี บรรลาย สีสุบิน และคุณหญิง รูจี สีสุบิน ดำที่เบื่อหน่ายกับความร่ำรวยที่เป็นผู้ดีจอมปลอมในชีวิต เงินที่เหยียบย่ำบนหลังคนจน เกรียติยศสวมหน้ากาก มันคือละครฉากหนึ่งที่ไม่มีวันจบสิ้นแม้แต่ยามหลับตานอน
ดำนำเรื่องราวชีวิตของเขามา เขียนเป็นนวนิยาย เพื่อประจานความเสื่อมทรามของสังคมไฮโซ ที่ผู้คนอยากจะสัมผัสกับมันสักครั้ง นักการเมืองที่เป็นพี่น้องเพียงแต่ตอนหาเสียงและทิ้งปัญหาไว้กับประชาชนตาดำๆหลังจากที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสังคมชั้นสูง
เดิมรัฐมนตรีคนหนึ่งก็เคยเป็นคนของถนน ที่ดิ้นรนเพื่อความก้าวหน้าของตนเองจากคนเดินถนนก็เป็นราชการเล็กๆ ที่ทำงานด้วยอุดมการณ์ความอุตสาหะและสุจริต และแล้วอุดมการณ์ก็กลายเป็นสิ่งที่เพ้อฝัน การเข้าทางผู้ใหญ่ หรือประจบเจ้านายก็ป็นหนทางที่สบาย ง่ายและปลอดภัย ที่แถมด้วยความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นของขวัญ คนหนุ่มสาวที่ตั้งมั่นในความยุติธรรมคนแล้วคนเล่า ต้องได้ลิ้มรสกับความท้อแท้ สิ้นหวัง ความแหลวแหลกในระบบราชการที่สัมผัสได้ ใครที่หมดสิ้นในอุมการณ์ที่ฝันไว้ก็ต้องลาออก หาที่รักษาบาดแผลที่เจ็บลึกเจ็บยิ่งกว่าสิ่งใด อนาคตของชาติที่ต้องฝากไว้กับคนรุ่นหลัง ความหวังยังคงในซอกใจที่ถูกฝังลึกด้วยเขี้ยวของอสรพิษ ที่มองไม่เห็น แต่ใครปรับตัวได้ก็ทำงานต่อ อำนาจและความสุขสบาย รวมทั้งการระบอบคอร์รัพชั่น ในที่สุดบรรลาย สีสุบิน มองเห็นความไม่แน่นอน พร้อมกับมองเห็นการประจบสอพลอ แต่ทฤษฎีนี้ก็ยังมีความไม่แน่นอนมันพลิกแพลงได้เสมอในทุกยุค เขาจึงผ่านตำแหน่งเพื่อนราชการผู้อื่นในท่าทีนอนน้อมแต่ซ้อนเร้นความเย่อหยิ่งอยางแนบเนียน แต่ในบางครั้งก็มีการละอ่ยใจบ้างว่าตำแหน่งสูงที่ปีนปายไปบนเก้าอี้ มันไม่ยุติธรรมนักท่ามกลางความปราถนาของราชการคนอื่นๆที่ซึ่งหวังกรเลื่อนขั้นตามขั้นตอน แต่เมื่อเคยชิน ก็เคลิบเคลิ้มในอำนาจเรียกว่าเป็นวาสนา ความสามารถที่ตนเองมี
รูจี สีสุบิน คุณหญิงของรัฐมนตรีบรรลาย สีสุบิน แม้ว่าหล่อนจะอยู่ในแว้ดวงไฮโซแต่ฝีปากของหล่อนก็เจ็บไม่แพ้แม่ค้าปากตลาดคนใหนเช่นกัน รูจี สีสุบินเป็นภรรยาที่มีสายตากว้างไกล และความรู้สึกฉับไวบนถนนแห่งการดิ้นรน หล่อนหวาดระแวงเหตุการณ์หรือความไม่แน่นอนในวงการ หล่อนมองเห้นความอาภัพของข้าราชการผู้สื่อสัตย์ต่อวิชาชีพและอุดมการณ์ หล่อนตะหนักในความยากจนของผู้รักศักดิ์ศรีและเชื่อว่า เงิน คือทุกสิ่ง ความคิดนี้อาจผิดในด้านจริยธรรม แต่ถูกอย่างยิ่งในสภาพคนที่หลงใหลวัตถุ หล่อนพาตนเองและสามีปีนขึ้นไปในระดับผู้บริหารในระดับสูง ระดับประเทศ และยัดเยียดความฝัน ผลักดันในเขาลงมาดิ้นรนในสนามการเมืองที่โชกโชนด้วยประสบการณ์และเทคนิกแพรวพราว ใครมือยาวสาวได้สาวเอา กลเม็ดทุกชนิดถูกงัดออกมาใช้ด้วยคำว่าเพื่อพี่น้องประชาชน
ดำค้นหาความสำราญในชีวิตด้วยการมาคลุกคลีกับชาวบ้านแถบสลัมริมคลอง เขาปกปิดฐานะที่แท้จริงโดยบอกว่าเขาเป็นนักเสี่ยงโชคเร่ร่อน ในบางเวลาที่เขาเบื่อที่นี่เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เขาค้นพบ ร้านเหล้าหรือร้านของชำชนิดที่มีตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยัน………ฯลฯ ทุกอย่างที่ชาวสลัมต้องการและเป็นภัตคารราคาถูก ข้าวแกงจานละ2สลึง สภากาแฟ สโมสรหมากรุก บ่อนเสรี สำนักงานหมอดูและแม่สื่อ สำหรับชาวบ้านระแวกนั้น แต่สำหรับดำมันเป็นสีสันประหลาดของชีวิต ชีวิตที่ไม่รู้จักมัน ชาวนาโดนเวนคืนที่ดินเกือบพันไร่ให้กับทบวงราชการบ้างแห่ง เพื่อสร้างสนามกอล์ฟ ทางจังหวัดกลัวว่าชาวบ้าบด้านในจะไม่มีทางออกจึงขอด้านขอบสนามเป็นถนน แต่ก็เป็ฯถนนเพียงในนามเพราะจังหวัดไม่มีเงินรากยางมะตอยให้ได้ หญ้าเนินสนามกอล์ฟนั้นเขียวชอุ่มดอกไม้บานสวย แต่ต้นกระถินริมทางกลับแห้งเป็นสีน้ำตาลเกือบทั้งต้น ทบวงราชการล้อมรั้วด้วยลวดหนามกันคนเข้ามา มันไม่ได้กั้นเพียงแต่คนแต่มันกั้นโลกสองโลกที่แตกต่างกัน มันเป็นความว่างเปล่า ช่องว่างที่เรียกว่าคนรวยกับคนจน
ดำมาที่ร้านนี้ด้วยความคุ้นเคยเหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งของเขา เปลว ปลาสติคเจ้าของร้านเหล้าสลัมเปรียบเสมือนเพื่อนที่เขาไกล้ชิดมากคนหนึ่ง เขานับถือในความเป็นรุ่นพี่ ผู้ที่สัมผัสกับสิ่งที่เขาด้วยประสบการณ์ มันเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด แม้เขาจะเพียงคนสลัมที่คนทั่วไปว่าเขาเป็นพวกต่ำต้อยด้อยค่า แต่เขาก็มีความคิดความอ่าน และห่วงถึงการเมืองไทยเพราะเขาก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกเบียดขับออกจากสังคมทั้งๆที่เขาก็เป็นคนไทยคนหนึ่งเช่นกัน และอีกคนขุนหวนวารี ผู้ดีสลัม ผู้ที่บอกว่าตนเป็นผู้ดีอย่างแท้จริง ผู้ดีต้องคาบช้อนเงินช้อนทองออกมาต้องแต่เกิด มิใช่การไตร่เต้าขึ้นไปได้ แม้ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร จน รวย ตกอับเพียงใดก็ไม่มีใครที่จะพรากความเป็นผู้ดีไปจากตัวเราได้นอกเสียจากเราจะทิ้งความเป็นผู้ดีเอง
ดำมองชีวิตที่ผิดแผกออกไปอาหารมื้อหนึ่งของเขาจานละหลายร้อยจนถึงจานละหลายพัน เสื้อผ้าตัวละเป็นแสนๆ รถคันเป็นล้านสิ่งเหล่านี้หาซื๊อได้ด้วยเงิน แต่ความรัก ความอบอุ่น การพูดคุยแบบพ่อแม่ลูกนั้นไม่สามารถหาได้ในบ้านหลังนี้ บ่านที่ใหญ่โตแต่ไม่สมกับจำนวนคนที่อยู่อาศัย ผับ เทค บาร์ … เป็นสถานที่คายความเหงา รัฐมนตรีและคุณหญิงเคยส่งดำไปเรียนเมืองนอกเพื่อไปดูความเจริญรุ่งเรืองและเป็นค่านิยมของกลุ่มชนชั้นไฮโซไฮไซทั้งหลาย เป็สิ่งที่ขัดไม่ได้ดำจึงทิ้งตัวเองที่สถาบันแอร์ไลน์ตามข้างถนนย่านดาวน์ทาวน์ เวลาส่วนใหญ่ก็หมดไปกับโรงโบว์ลิ่งและโรงบิลเลียด เปลี่ยนไปหลายสถาบันและหนีกลับมาเมืองไทยเมื่อรัฐมนตรีกำลังยุ่งกับการเมือง เช่นเดียวกับคืนนี้ผับย่านสีลมเป็นสถานที่ลูกหลานคนมีเงินจะมาเที่ยวเล่น บาร์เทนเดอร์อวดฝีมีการเทคคอกเทวสีสวยเรียกทิปก้อนงามตามความพอใจของคนสั่ง คำหวานนอบน้อมที่ซ่อนด้วยความเหย่อหยิ่ง เป็นหนทางที่ต้องต่อสู้ด้วยคำว่าเงิน สาวสวยไฮโซหวังโปรยเสน่ห์จับชายกระเป๋าหนา ดื่ม ดิ้น เต้นรำ มีแต่ความหวานที่แฝงด้วยรสขมฝาดลิ้น
เมื่อพอใจกับบรรยากาศก็กลับทิ้งตัวผ่อนคลายที่บ่านหลังโต รื่น สาวใช้หรือเพื่อนเล่นในสมัยเด็กของดำเข้ามานำน้ำมาให้ รื่นตั้องตื่นก่อนคุณหญิง และต้องรอคุณหญิงกลับมาจากงานเลี้ยง ต้องเดาใจให้ทัน ทำงานไม่ให้ขาดตกบกพร่อง แต่เงินเดือนเพียง 200 สองร้อยต่อเดือนถูกยิ่งกว่าครีมล้างหน้าของคุณหญิง แต่รื่นก็ยังทำงานโดยไม่บ่นอะไร นี่เป็นคำถามว่าเพราะอะไรจึงยอมทนกับความไม่ยุติธรรม