Fri 16 Jul 2010
น้ำกับวัฒนธรรมไทย
Archived Posts from this Category
Fri 16 Jul 2010
บ่อเกิดของวัฒนธรรมนั้นเกิดจาก ศาสนาประเพณี และธรรมชาติ เป็นตัวกำหนดลักษณะของวัฒนธรรมให้แต่ละเชื้อชาติ แตกต่างกันไป เช่น ธรรมชาติกำหนดวิธีทางในการหาเลี้ยงชีพ
กำหนดความแตกต่างกันทางผิวพรรณ รูปร่างหน้าตา ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมตะวันตกก็เป็นแบบหนึ่ง ตะวันออกก็เป็นแบบหนึ่ง และแต่ละกลุ่ม แต่ละประเทศ แตกต่างกันออกไป โดยมีเอกลักลักษณ์เฉพาะของตัวเอง
1. ศาสนา
ศาสนานั้นเกิดจากความกลัวภัยธรรมชาติความกลัวภัยของคนในอดีตทำให้ต้องมี ที่พึ่งทางจิตใจศาสนาเป็นสิ่งสำคัญของชาติและบ้านเมือง เพราะฉะนั้น ทุกชาติทุกภาษา ที่มีการปกครอง จึงมักมีศาสนาสำหรับชาติและบ้านเมืองเพื่อเป็นหลักสำหรับแนะนำสั่งสอนกันให้ ประพฤติตามศาสนาของตน ศาสนามีพิธีกรรมทางศาสนาซึ่งบางพิธีเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของมนุษย์หรือที่ เกี่ยวข้องกับวัฒนธ รรมในการใช้ชีวิต เช่น การตั้งชื่อ การโกนผมไฟ โกนจุก สมรส ตาย ฯลฯ และวัฒนธรรมในการประพฤติตน เช่น การเอาคำสอนของศาสนามาเป็นกฎหมาย เช่น ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม
2. ประเพณี
ประเพณีเป็นการถ่ายทอดทางสังคมที่มีลักษณะสืบต่อกันมาเป็นบ่อเกิดของ วัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ได้รับสืบทอดและปฎิบัติติดต่อกันมา ถ้าประเพณีไหนดีถือว่าเป็นวัฒนธรรม เพราะได้แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวความก้าวหน้าของชาติและศิลธรรมอันดีงาม
3. ธรรมชาติ
ธรรมชาติเป็นตัวกำหนดลักษณะและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรม เช่น ภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยแบ่งตามลักษณะภูมิประเทศประชาชนล้วนมีวัฒนธรรมพื้นเมืองที่แตก ต่างกันไป เช่น ภาคอีสาน แห้งแล้งจะมีการประเพณีแห่นางแมว
Fri 16 Jul 2010
มีผู้รู้ได้ให้ความหมายของวัฒนธรรม ไว้ดังนี้
วัฒนธรรม ตามความหมาย พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ หมายถึง ลักษณะของความเจริญงอกงามความเป็นระเบียบ ความกลมเกลียว มีศีลธรรมของประชาชน ที่ร่วมกันทำให้เกิดความเจริญงอกงาม ความดีงาม และ รักษาวัฒนธรรมเดิมที่ดี แก้ไขดัดแปลงสิ่งที่ควรแก้ เพื่อเพิ่มมาตรฐานความดีงาม และ สืบสานไปจนถึงอนุชนรุ่นหลัง (2536:37)
วัฒนธรรม โดยทั่วไปแล้วคือ สิ่งที่เป็นวิถีทางในการดำเนินชีวิตแห่งชุมชนใดชุมชนหนึ่ง จนกลายเป็นแบบแผนที่ดีงาม ที่เรียกว่า ขนบธรรมเนียมประเพณี ที่เรานำมาประพฤติปฎิบัติกันในชีวิตประจำวัน เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง และทั้งนี้ วัฒนธรรมยัง ทำให้มนุษย์กับสัตว์แตกต่างกันตรงที่มนุษย์มีวัฒนธรรมแต่สัตว์ไม่มี เราจึงควรภูมิใจในความเป็นมนุษย์ของเรา และ ดำเนินชีวิต ให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว สังคม และ ประเทศชาติ
Fri 16 Jul 2010
น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่ามหาศาลน้ำ มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ สัตว์ และพืชถ้าขาดน้ำเมื่อใดก็เป็นการยากที่มนุษย์สัตว์และพืชจะดำรงชีวิตอยู่ได้ นานดังนั้นตั้ง แต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบันเราจะพบว่ามนุษย์ทุกหมู่สัตว์และพืชจะดำรงชีวิตอยู่ได้นานดัง นั้น ตั้งแตทุกเหล่าทุกเผ่าพันธุ์เลือกตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้น้ำน้ำธรรมชาติมีอยู่ ทั่วไปทั้งบนผิวดินใต้ดิน และ ในบรรยากาศน้ำบนผิวดินเป็นแหล่งน้ำที่เราจะพบมากที่สุด ได้แก่แม่ น้ำ ลำ คลอง หนอง บึง ห้วย ลำ ธาร ทะเล สาบ ทะเล และ มหาสมุทร
น้ำธรรมชาติที่มีส่วนเกี่ยวพันกับความเป็นอยู่ของมนุษย์สัตว์ และ ความเจริญของพืช พันธุ์ ได้แก่ น้ำบนผิวดิน ในแต่ละวันคนเราต้องใช้น้ำจำนวนมากทั้งในด้านการ อุปโภค บริโภค การประกอบอาชีพ เช่น การประมง เกษตรกรรม และ อุตสาหกรรม เป็นต้นดังนั้นจึงจำเป็นต้อง ช่วยกันรักษาแหล่งน้ำธรรมชาติเหล่านี้ให้สะอาดอยู่เสมอ หากปล่อยให้มีสิ่งสกปรก เช่น ขยะ หรือ น้ำทิ้งลงปะปนอยู่ในน้ำธรรมชาติก็จะทำให้แหล่งน้ำนั้นกลายเป็นน้ำเสียในภาย หลัง เมื่อ แหล่ง น้ำดีกลายเป็นน้ำเสียก็จะเป็นอันตรายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนพืช และสัตว์ ไม่เฉพาะแต่พื้นที่ เดียวเท่านั้นอาจขยายบริเวณภยันตรายกว้างไกลออกไปทั้งชุมชน ละแวกนั้น ๆได้
Fri 16 Jul 2010
น้ำเป็นสัญลักษณ์ของความสงบร่มเย็น ไม่มีความทุกข์ ความไม่เดือดร้อน สามารถล้างความอัปมงคลให้ออกไปจากร่างกายและจิตใจ ซึ่งตรงกับหลักคำสอนของศาสนา ที่มุ่งเน้นในด้านความสงบไม่มีทุกข์ ดังนั้นน้ำจึงเป็นส่วนหนึ่งของศาสนา ไม่ว่าจะเป็นพิธีการต่างๆ เช่น การสรงน้ำพระพุทธรูปในศาสนาพุทธ หรือการเข้าพิธีล้างบาป หรือหรือศิลจุ่มในศาสนาคริสต์
1. การสรงน้ำพระพุทธรูป
เป็นประเพณีเพื่อความสิริมงคล ชาวบ้านจะนำดอกไม้ธูปเทียนไปบูชาพระพุทธรูปแล้วนำน้ำอบไปพรมที่องค์พระ บางแห่งมีการอันเชิญพระพุทธรูปแห่รอบหมู่บ้านเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้สรง น้ำกันอน่างทั่วถึงหรือจอันเชิญพระพุทธรูปจากหิ้งบูชาในบ้านมาทำพิธีสรงน้ำ กันในหมู่ญาติพี่น้องก็ได้เพื่อแสดงความเคารพบูชา
1.1 ความสัมพันธ์ของน้ำกับการสรงน้ำพระพุทธรูป
เมื่อถึงเทศกาลวันปีใหม่ชาวไทยมักนำเอาน้ำอบน้ำหอมไปสรงน้ำพระพุทธรูปอาจ จะใช้ดอกไม้จุ่มลงในภาชนะน้ำอบที่เตรียมมาแล้วสลัดใส่พระพุทธรูปหลังจากสรง เสร็จแล้วชาวบ้านจะนำภาชนะไปรองรับเอาน้ำที่สรงพระพุทธรูปแล้วไปพรมบนศรีษะ ของตนและสัตว์เลี้ยงเช่น วัว ควายเพื่อให้อยู่เย็นเป็นสุข
1.2 ความเชื่อเกี่ยวกับคุณสมบัติของน้ำในการสรงน้ำพระพุทธรูป
ชาวไทยเชื่อว่าน้ำจะมีคุณสมบัติในการล้างความอัปมงคลต่าง ๆออกจากตัวและนำมาซึ่งความสะอาดบริสุทธิ์ ความร่มเย็นเป็นสุขจึงแสดงความสักการะบูชาพระพุทธรูปด้วยน้ำที่ถือว่าเป็น สิ่งบริสุทธิ์และเมื่อสรงน้ำพระพุทธรูปแล้วน้ำที่ไหลผ่านพระพุทธรูปจะถือว่า เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถนำไปพรมบนศรีษะหรือดื่มกินเพื่อความเป็นสิริมงคลของตนเอง
2. การอาบน้ำศพ-พิธีรดน้ำศพ
การอาบน้ำศพเป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งในพิธีทำศพซึ่งจะทำกันก่อนนำศพใส่โลง ถ้าเป็นการตายชนิดตายโหง เช่น ผูกคอตาย, ตกต้นไม้ตายหรือตกน้ำฯลฯ ศพของผู้ตายจะไม่มีการอาบน้ำศพส่วนถ้าผู้ตายเป็นผู้ใหญ่หรือผู้ทรงคุณธรรม ผู้ที่มาอาบน้ำศพจะตั้งใจมาสนองคุณด้วยความกตัญญูและขอคมาโทษให้พ้นจากเวร กรรม
ความตายเป็นที่สุดแห่งชีวิตของคนทุกคนคงเหลือแต่ชื่อเสียงคุณโทษที่ได้กระทำไว้เป็นอันหมดกิจที่ผู้ตายจะสามารถทำอะไรได้อีก
2.1 ความสัมพันธ์ของน้ำกับการอาบน้ำศพ-พิธีรดน้ำ
การอาบน้ำศพนั้นเพื่อให้ร่างกายของคนตายสะอาดบริสุทธ์เช่นเดียวกับพวก พราหมณ์ในอินเดียลงอาบน้ำชำระบาปการอาบน้ำศพจะทำการอาบกันจริง ๆ คือ ต้มน้ำด้วยหม้อดินซึ่งในหม้ออาจใส่ใบไม้ต่าง ๆต้มลงไปด้วยเช่น ในหนาด ใบส้มป่อย ใบมะขาม การอาบน้ำศพจะอาบด้วยน้ำอุ่นก่อนแล้วจึงอาบด้วยน้ำเย็นอีกครั้งฟอกด้วยส้ม มะกรูดเมื่อล้างจนสะอาดหมดจดแล้วจึงฟอกด้วยชมิ้นชันสดและผิวมะกรูดตำละเอียด จากนั้นจึงทำการแต่งตัวศพ
แต่การอาบน้ำศพในปัจจุบันเรียกว่าพิธีรดน้ำศพ คือใช้น้ำพระพุทธมนต์หรืที่ชาวบ้านเรียกว่าน้ำมนต์ผสมกับน้ำสะอาดอาบน้ำศพ ซึ่งขะทำกันหลังจากที่คนป่วยตายไม่นานนัก ลูกหลานของผู้ตายจะทำหน้าที่ใช้ขันใบเล็กตักน้ำมนต์จากขันใหญ่ให้กับผู้ ที่มารดน้ำศพโดยการเทน้ำลงบนมือของผู้ตายและกล่าวไว้อาลัย
2.2 ความเชื่อเกี่ยวกับคุณสมบัติของน้ำในการอาบน้ำศพ-พิธีรดน้ำศพ
ความเชื่อเกี่ยวกับคุณสมบัติของน้ำในการอาบน้ำศพแตกต่างกันไป เช่น ทางพราหมณ์ถือว่าน้ำสามารถล้างบาปได้จึงไปตักน้ำในแม่น้ำอจิรวดีมาล้างบาป ให้แก่ผู้ป่วยที่ป่วยหนักใกล้จะตายหรือตายแล้ว ทางแขกถือว่าน้ำสามารถขจัดสิ่งสกปรกและมลทินต่าง ๆโดยการอาบน้ำทาแป้งให้ศพอย่างหมดจดสามารถชำระสิ่งโสโครกให้หมดไป ส่วนทางพุทธศาสนาถือว่าน้ำสามารถล้างร่างกายของคนตายให้สะอาดบริสุทธิ์และ เป็นปริศนาธรรมให้เห็นว่าคนเราเมื่อตายไปแล้วแม้นำของหอมหรือน้ำมนต์ใด ๆ มาราดรดก็ไม่อาจฟื้นได้ผูที่มีชีวิตอยู่ไม่ควรประมาท
3. พิธีกรวดน้ำ
การกรวดน้ำเป็นกุศลกรรมอย่างหนึ่งคือการยกผลบุญกุศลที่เราได้กระทำให้ ญาติมิตรและสัตว์ทั้งหลายนิยมกระทำหลังจากที่ได้ทำบุญมาหรือหลังพระสงฆ์รับ เครื่องไทยธรรมแล้ว
3.1 ความสัมพันธ์ของน้ำกับพิธีพิธีกรวดน้ำ
เมื่อพระเริ่มสวดอนุโมทนาผลบุญให้เจ้าภาพและญาติมิตรกรวดน้ำและอุทิศส่วน กุศลโดยรินน้ำจากคนโทลงในถ้วยรองโดยไม่เอานิ้วรองหรือราดน้ำให้ถูกนิ้วและ ถ้าเจ้าภาพและญาตฺมิตรมีจำนวนหลายคนไม่สามารถจับคนดทได้อย่างทั่วถึงก็ให้ ใช้มือแตะต่อๆ กันไป เพราะผลบุญนั้นจะสำเร็จได้ด้วยใจ
การกรวดน้ำเป็นการตั้งความปราถนาขอให้ผลบุญที่ทำไปอำนวยให้ประสบผลที่ ประสงค์โดยที่พระอนุโมทนาว่า ยถา วาริวหา คือขอให้ความปราถนาจงเต็มบริบูรณ์เหมือนน้ำที่เต็มฝั่ง
3.2 ความเชื่อเกี่ยวกับคุณสมบัติชองน้ำในพิธีกรวดน้ำ
ในการกรวดน้ำจะใช้น้ำเป็นสื่อเป็นตัวแทนกุศลกรรมดีเพราะมโนภาพของเป้า หมายที่เราจะอุทิศให้ไม่ดีพอเลยต้องอาศัยสื่อซึ่งก็ไม่มีอะไรดีกว่าน้ำเพราะ น้ำดป็นธาตุเย็นและทำให้จิตใจรุ้สึกเย็นผ่อนคลายและเมื่อเทล้ามีอาการไหลลง สู่เป้าหมายอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
Fri 16 Jul 2010